ฟ้องขับไล่คดี & ขั้นตอนการทำงาน

“ฟ้องขับไล่ตามหมายบังคับคดี” คือกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้ซื้อทรัพย์บังคับคดี ใช้ยื่นคำร้องต่อศาลและประสานเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อขับไล่ผู้ครอบครองออกจากทรัพย์ (บ้าน ที่ดิน อาคาร ห้องเช่า ฯลฯ) เมื่อยังไม่ยอมออกโดยสมัครใจ

แอดไลน์ ปรึกษาเคส
ขั้นตอน ฟ้องขับไล่คดี

เหตุที่ต้อง “ฟ้องขับไล่ตามหมายบังคับคดี”

หลายคนเข้าใจว่า “ชนะประมูล = เข้าอยู่ได้เลย” แต่ในชีวิตจริงยังมีเรื่องการครอบครอง และสิทธิของผู้พักอาศัยอยู่เดิมที่ต้องจัดการให้ถูกทาง การเดินกระบวนการให้ชอบด้วยกฎหมาย ช่วยลดความเสี่ยงทั้งคดีอาญาและความขัดแย้งหน้างานค่ะ

1คุ้มครองสิทธิการอยู่อาศัย

แม้ผู้ครอบครองไม่มีกรรมสิทธิ์ แต่สภาพการอยู่อาศัย “คุ้มครองตามกฎหมาย” จึงห้ามไล่ออกโดยพลการ ต้องใช้กระบวนการศาลค่ะ

4 เปิดช่องทางคุ้มครอง/โต้แย้ง

กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ถูกขับไล่ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อแสดงสิทธิหรือเหตุจำเป็น ลดความบานปลาย และทำให้ทุกฝ่ายอยู่ในกรอบค่ะ

7 ทำให้การส่งมอบ “สมบูรณ์”

ได้กรรมสิทธิ์ ≠ ได้การครอบครองจริง ต้องขับไล่และส่งมอบให้เสร็จตามหมาย จึงถือว่าการบังคับคดีสมบูรณ์ค่ะ

2 กันความเสี่ยงคดีอาญา

หากเข้ายึดเอง/ไล่เอง อาจเข้าข่ายบุกรุกหรือทำให้เสียทรัพย์ การใช้หมายทำให้การดำเนินการ “ชอบด้วยกฎหมาย” ค่ะ

5 ป้องกันความรุนแรง

การขับไล่มีโอกาสเกิดการต่อต้าน/ปะทะ กระบวนการศาลช่วยควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปโดยสงบค่ะ

5 รองรับมาตรการขั้นสูงเมื่อจำเป็น

หากมีการขัดขืน ศาลสามารถสั่งจับกุม/กักขังได้ ซึ่งใช้ได้เมื่อเดินผ่านหมายบังคับคดีตามขั้นตอนค่ะ

3 ลดโอกาส “ขับไล่ผิดตัว”

บางกรณีผู้พักอาศัยอาจมีสิทธิพิเศษ เช่น ผู้เช่าถูกต้อง การเดินศาลช่วยให้ตรวจสอบสิทธิให้รอบด้านก่อนค่ะ

6 เจ้าพนักงานมีอำนาจตามกฎหมาย

เจ้าพนักงานบังคับคดีเข้าดำเนินการได้เมื่อมีหมายขับไล่เท่านั้น หากไม่มีหมาย จะไม่มีอำนาจส่งมอบ/ขนย้าย/ดำเนินการค่ะ

ขั้นตอนการฟ้องขับไล่ทรัพย์บังคับคดี

การฟ้องขับไล่ ทรัพย์บังคับคดี หลักตามแนวปฏิบัติทั่วไป ตั้งแต่ชำระค่าซื้อทรัพย์ให้ครบ ไปจนถึงการขอออกหมายจับ (หากยังไม่ออก) โดยทีมวิกานดาจะช่วย “จัดเอกสาร-ประสานงาน-ติดตามงาน” ให้ครบทุกจุดที่คนส่วนใหญ่พลาดค่ะ

1) ชำระค่าซื้อทรัพย์ให้ครบกับกรมบังคับคดี

สิทธิในการขับไล่จะเกิดขึ้นได้เมื่อเป็น “ผู้ซื้อโดยสมบูรณ์” แล้วเท่านั้น

2) ขอสำเนาเอกสารแบบ “ฉบับรับรอง”

เช่น ประกาศขายทอดตลาด สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จ โฉนด ฯลฯ เพื่อใช้ประกอบการขับไล่

3) เตรียมคำร้องขอออกหมายบังคับคดี (ขับไล่)

เขียนคำร้องโดยอ้าง ป.วิ.พ. มาตรา 334 และระบุข้อเท็จจริงว่ามีผู้ครอบครอง/บริวารยังอยู่ในทรัพย์

4) ยื่นคำร้องต่อศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่

โดยทั่วไปยื่นศาลจังหวัดในเขตที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ และไม่จำเป็นต้องฟ้องคดีใหม่

5) ติดตามคำสั่งศาล & ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

หลังศาลรับคำร้อง จะมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี (ขับไล่) และต้องติดตามการส่งหมายไปยังกรมบังคับคดี

6) ยื่นคำร้องที่กรมบังคับคดี เพื่อนัดแปะหมายขับไล่

เมื่อกรมบังคับคดีได้รับหมายจากศาลแล้ว จึงนัดวันเจ้าพนักงานออกไปแปะหมาย ณ ที่ตั้งทรัพย์

7) ออกแปะหมายขับไล่ ณ ที่ตั้งทรัพย์

เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ครอบครองทราบ และติดประกาศกำหนดระยะเวลาให้ออก

8) รอครบกำหนด & ตรวจสอบผล

เช่น 15 วัน หรือ 1 เดือน แล้วตรวจสอบว่าออกแล้วหรือยัง พร้อมรายงานผลต่อกรมบังคับคดี

9) หากยังไม่ออก → ขอออกหมายจับ (ในกรณีจำเป็น)

กรมบังคับคดีสามารถทำหนังสือถึงศาลเพื่อขอออกหมายจับ และให้ตำรวจเข้าดำเนินการตามกฎหมาย

วิกานดา เจรจาเข้าทรัพย์

รวมมาตราที่ใช้บ่อยใน “ทรัพย์บังคับคดี & การขับไล่”

เราสรุปไว้เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจเดินเรื่อง (อ่านง่ายแบบภาษาคน) แต่ “ข้อเท็จจริงของแต่ละเคส” ส่งผลต่อวิธีใช้มาตราและลำดับขั้นตอนเสมอ ถ้าคุณอยากให้เราดูเคสจริง แอดไลน์มาเล่าได้เลยครับ

ม.271 ศาลชั้นต้นเป็นผู้ควบคุมการบังคับคดี และอาจมอบหมายศาลอื่นได้เมื่อบังคับนอกพื้นที่

ม.272 เมื่อมีคำพิพากษา/คำสั่ง ศาลออก “คำบังคับ” เป็นจุดเริ่มนับเวลาให้ลูกหนี้ปฏิบัติ

ม.273 คำบังคับต้องระบุ “ต้องทำอะไร–ภายในกี่วัน” ชัดเจน

ม.274 ลูกหนี้ไม่ทำตาม → เจ้าหนี้ยื่นขอบังคับคดีได้ (ภายใน 10 ปี)

ม.275 คำขอบังคับคดีต้องชี้ให้เห็น “ยังไม่ปฏิบัติ” และ “ขอใช้วิธีใด” (บางกรณีศาลอาจคุ้มครองชั่วคราว)

ม.276 ศาลตรวจแล้วกำหนดวิธีบังคับ เช่น ออกหมายยึด/ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

ม.277 ขอให้ศาลไต่สวนทรัพย์สินลูกหนี้ได้ หากสงสัยว่าปกปิดทรัพย์

ม.278–279 อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดี / ขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อมีการขัดขวาง

ม.280 วิธีส่งเอกสารในการบังคับคดี ทำให้กระบวนการเดินหน้าได้แม้ติดต่อคู่กรณียาก

แกนหลัก: ยึด–อายัด–ขาย

  • ม.296 บังคับหนี้เงินได้หลายทาง: ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด
  • ม.298 ทรัพย์ชื่อคนอื่นแต่สงสัยเป็นของลูกหนี้ → สั่งห้ามโอนได้และให้ศาลวินิจฉัย
  • ม.300 ห้ามยึดเกินจำเป็น (ตามมูลหนี้และค่าใช้จ่าย)
  • ม.301–302 มี “ทรัพย์/เงินที่ยึดหรืออายัดไม่ได้” เพื่อคุ้มครองการดำรงชีพ
  • ม.312 ยึดอสังหาฯ ต้องมีการแจ้ง/ปิดประกาศ/แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ม.315 หลังยึดแล้ว ลูกหนี้โอน/เปลี่ยนสิทธิไปสู้เจ้าหนี้ไม่ได้
  • ม.316–320 อายัดสิทธิเรียกร้อง/รายได้ และผลของการอายัด
  • ม.323 บุคคลภายนอกอ้างสิทธิในทรัพย์ที่ยึด → ยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์ได้

จุดที่ “ผู้ซื้อทรัพย์” ต้องรู้เป็นพิเศษ

  • ม.334 ถ้าซื้ออสังหาริมทรัพย์แล้ว “ลูกหนี้/ผู้อยู่อาศัยไม่ออก” ผู้ซื้อสามารถ “ขอศาลบังคับขับไล่” ได้

(ตรงนี้คือสะพานเชื่อมจาก “ซื้อทรัพย์” → “เข้าใช้ทรัพย์จริง”)


ปลายทางเงินจากการขาย (เพื่อความโปร่งใส)

  • ม.337 ทำบัญชีเงินจากการบังคับคดี
  • ม.340 เจ้าหนี้หลายรายต้องทำบัญชีเฉลี่ย
  • ม.341–342 คัดค้านบัญชีเฉลี่ยได้ และยื่นให้ศาลวินิจฉัยได้
  • ม.344–345 เงินส่วนที่เหลือคืนผู้มีสิทธิ / เงินค้างรับนานอาจตกเป็นของแผ่นดิน

ส่งคืน/ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง (ม.346–349)

  • ม.346 ถ้าหมวดนี้ไม่กำหนดขั้นตอนไว้ชัด จะอนุโลมหลักการบังคับหนี้เงินมาใช้
  • ม.347 ลูกหนี้ไม่ส่งมอบ → เจ้าพนักงานยึดทรัพย์เพื่อส่งมอบแทนได้
  • ม.348 ทรัพย์มีทะเบียน/อสังหาฯ อาจต้องดำเนินการด้านทะเบียน และถ้าขัดขวางอาจโยงไปขั้น “ขับไล่”
  • ม.349 เรื่องค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่าย และการนับเป็นหนี้ที่บังคับต่อได้

บังคับคดี “ขับไล่” (ม.350–355)

  • ม.350 หลักการบังคับคดีขับไล่เพื่อส่งมอบทรัพย์ให้ผู้มีสิทธิ
  • ม.351 ถ้าไม่มีคนอยู่ ส่งมอบได้ทันที / ถ้ายังมีคนอยู่ ต้องเดินขั้นตอนขับไล่
  • ม.352 ขับไล่สำเร็จ → ส่งมอบทรัพย์ และจัดการทรัพย์สินที่เหลือในพื้นที่
  • ม.353 ขัดขืนไม่ยอมออก → ศาลอาจสั่งจับกุม/กักขังเพื่อบังคับได้
  • ม.354 “บริวาร” ที่อยู่ร่วมและไม่มีสิทธิพิเศษ ต้องออกพร้อมกัน
  • ม.355 รื้อถอน/ขนย้ายทรัพย์ตามคำสั่งได้ และให้ลูกหนี้รับผิดค่าใช้จ่าย

หมายเหตุแบบทีมวิกานดา

ในทางปฏิบัติ “การเจรจา” ก่อนวันลงพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงปะทะได้มาก ถ้าคุยกันจบ เราจะพาไปจบแบบเรียบร้อย และเข้าทรัพย์ได้เร็วกว่า

ม.356–359: ให้กระทำ/งดเว้นกระทำ

  • ม.356 ศาลกำหนดวิธีบังคับให้คำสั่งเกิดผลจริง
  • ม.358 ให้ผู้อื่นทำแทนได้ และคิดค่าใช้จ่ายกับลูกหนี้
  • ม.359 ถ้ายังฝ่าฝืนคำสั่งงดเว้น → ขอศาลสั่งจับ/กักขัง เรียกค่าเสียหาย หรือรื้อถอนสิ่งที่ฝ่าฝืนได้

ม.360: ทรัพย์สินที่มีทะเบียน

ม.360 ศาลสั่งให้หน่วยงานรัฐ “จดทะเบียนแทน” ได้ ในกรณีไปจดเองไม่ได้/มีอุปสรรค

ม.361–365: จับกุม/กักขังลูกหนี้ (ใช้เป็น “ทางเลือกสุดท้าย”)

  • ม.361 ใช้เมื่อจงใจไม่ทำตาม และไม่มีวิธีอื่นได้ผล
  • ม.362 หลังออกหมายจับ ศาลอาจกักขัง หรือปล่อยชั่วคราวโดยประกัน
  • ม.363 กักขังมีเป้าหมายเพื่อให้ปฏิบัติ ไม่ใช่ลงโทษ (กักได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน)
  • ม.364 ผู้ประกันที่จงใจขัดขวาง อาจถูกใช้มาตรการได้
  • ม.365 หลักการดำเนินการจับกุม/ควบคุมตัวตามหมวดนี้

ทีมวิกานดาจะช่วยประเมิน “ความจำเป็น + ผลกระทบ” ก่อนเสมอ เพื่อให้ใช้มาตรการเข้มแบบคิดรอบด้านแล้วจริง ๆ

ขั้นตอน เข้าใช้ประโยชน์จากทรัพย์บังคับคดี

ถ้าคุณกำลังจะ “เข้าใช้ประโยชน์จากทรัพย์” หลังซื้อทรัพย์บังคับคดี มักจะวนอยู่ใน 4 ชุดนี้ครับ

1 หลักการบังคับคดี : คำบังคับ / ขอศาลบังคับ / ตั้งวิธีบังคับ (ม.271–280)

2 ยึด–อายัด–ขายทอดตลาด : วิธีบังคับหนี้เงิน / ขายทอดตลาด / ผู้ซื้อขอขับไล่ได้ (คัดจาก ม.296–345)

3 ส่งมอบทรัพย์–ขับไล่ : ส่งคืน/ส่งมอบ (ม.346–349) + ขับไล่ (ม.350–355)

4 มาตรการ “เข้ม” เมื่อจำเป็น :กระทำ/งดเว้น (ม.356–359) + ทรัพย์มีทะเบียน (ม.360) + จับ/กักขัง (ม.361–365)


แนวทางของวิกานดา

เรา “เน้นเจรจาทรัพย์บังคับคดี” ก่อนเสมอ เพราะหลายเคสจบไวกว่า ไม่มีใครเจ็บ ลดแรงปะทะ และเข้าใช้ทรัพย์ได้เร็วขึ้น ถ้าคุยกันได้ เราจะพาไปทางนั้นก่อน แล้วค่อย “ใช้ศาล” เมื่อจำเป็นจริง ๆ

เริ่มจากคุย — แล้วค่อยวางแผน

แอดไลน์มาเล่าเคสให้เราฟัง ทีมวิกานดาช่วยประเมิน “ทางที่จบไว” ให้ค่ะ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งชนะประมูลแล้วเข้าใช้ทรัพย์ไม่ได้ หรืออยากให้ช่วยเจรจาให้คนออกก่อนเดินหมาย เราจะอธิบายทุกอย่างแบบภาษาคนธรรมดา และช่วยเดินเกมอย่างเป็นระบบค่ะ

แอดไลน์ เล่าเคสของคุณให้เราฟัง